love story

posted on 27 Sep 2009 12:43 by gigjigig

mamejung (นามปากกา)เป็นเเฝดผู้น้อง

เค้าว่ากันว่า"ความรักมันคือเรื่องที่เข้าใจยากเเละมันมักจะเล่นตลกกะเราเสมอ"

เเต่ในความเป็นจริงเเล้วความรักมันอยู่ที่การมองมากกว่า

ตัวเราจะมองยังไงถ้ามองเเง่บวกมันก้อดีถ้ามองแง่ลบมากก้อจะไม่ดี

เเต่ยังไงมันก้ออยุ่ที่เราว่าเราเชื่อในส่งนั้นยังไง

สำหรับตัวเราเองคิดว่าความรักเป็นสิ่งที่คอยสอนเรา

ให้รู้จักการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเเละเข้าใจกันมากกว่า

เเต่การมีความรักมันก้อเป็นสิ่งที่ดีมากอย่างหนึ่ง

สำหรับตัวเราเองเเล้วการที่รักใครสักคนหรือมีคนมารักมันก้อดี่ทั้งนั้นเเหล่ะ

เเต่ความรู้สึกของสองสถานะนี้มันเเตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ความรักของ mamejung มันได้เกิดขึ้นครั้งเเรก

เรียกว่าเเอบรักมากกว่า เรื่องมันมีอยู่ว่า

ไปแอบชอบลูกของอาจาร์ยที่เก่งมาก

ซึ่งตรงกันข้ามกันเลยที่เดียว

เป็นรักเเรกที่ประทับใจ

มีอาการขั้นเพ้อๆไประยะหนึ่ง

เเล้วความรักครั้งนี้ก้อไม่สมหวัง

"รักเเรกมักจะอกหัก" เเละอกหักอย่างรวดเร็ว

เเละความรักครั้งนี้ก้อสอนให้รู้ว่า"รักโดยไม่หวังอารายตอบเเทน"จะดีกว่า

เพราะหวังไปเค้าก้อไม่ได้รักเรา "ทำให้เรารู้สึกทำร้ายใจตัวเองไปป่าวๆ"

ดังนั้นเราจึงทำใจให้คิดว่าเค้าเป็นคนที่น่ารักคนนึงดีกว่า

เเละเเล้วรักของเราก้อจบด้วยคำว่าเเอบปลื้มไปโดยปริยายอารายประมาณนั้น

ต่อมาไม่นานเราก้อได้ถูกเป็นคนที่คนอื่นเค่มาเเอบปลื้มบ้าง

ตอนนี้นทำอารายไม่ถูกเพราะคนที่มาปลื้มเราดันเป็นเพื่อนเราเอง

ที่เพื่อนเราคนนี้เป็นคนที่ช่วยเหลือเรามาตลอดโดยที่เราไม่เคยรู้เลย

เเล้วเรารู้ได้ไงว่าเพื่อนเราคนนี้มาแอบปลื้ม

"เรื่องมันมีอยู่ว่า"

เพื่อนๆในกลุ่มเราเป็นคนที่ช่างสังเกตุมากไปหน่อย(เเถวบ้านเรียก"ชอบเสื..ก")

จับผิดไปได้ทุกเรื่องอารายประมาณนั้น

ก้อได้จับเราไปเป็นประเด็นร้อนของกลุ่มเลย

เเล้วก้อเริ่มมีคำพูดที่ทำให้เรารับรู้ทุกวันว่าเพื่อนเราที่ชื่อ.....ในห้องมันเเอบชอบเราอยู่

พอเราเริ่มรู้เราก้อเเอบจับผิดพฤติกรรม

เเละเเล้วเราก้อรู้สึกได้ว่าเป็นเเบบนั้นจิงๆ

ตอนนั้นความรู้สึกได้เปลี่ยนไป

ไม่รู้ทำไมถึงได้เปลี่ยนไป

คงเป็นเพราะเราไม่ได้คิดอารายเกินเลยจากคำว่าเพื่อน

เเละอีกใจก้อกลัวว่าเราจะทำร้ายความรู้สึก

เเต่กลับมานึกถึงการที่เราได้เเอบชอบก้อเป็นความรู้สึกที่ดี

ซึ่งเราก้อเคยเป็นมาก่อน

เราจึงได้ตัดสินใจพยายามทำให้เราสองคนมีความรู้สึกที่เป็นเเค่เพื่อนที่ดี

คือเราทำให้เค้าคิดได้อย่างเดียวว่าเราเป็นกันได้เเค่เพื่อนก้อคือ

คำพูดที่ฟังเเล้วดูดีเเต่ทำร้ายจิตใจเล็กน้อย ว่า "เราเป็นเพื่อนกันอะดีเเล้วอยู่ได้นานดี"

พุดคำนี้ทุกวันเเต่ไม่รู้นะว่าได้ผลรึป่าว

เเต่การเเสดงก้อไม่ได้สื่อให้เห็นว่าเค้าคิดกะเราเกินเพื่อนอีกต่อไปเเล้ว

เเละนี้ก้อเป็นความรักที่อยุ่ในรูปเเบบหนึ่ง"เพื่อนสนิด"(ซึ้งจัง)

เเละเเล้วเราก้อไม่เคยมีเเฟนจนกระทั่ง

เราอยู่ในช่วงมัธยมสามได้รู้จักรุ่นน้องคนนึง

ก้อไม่ได้เป็นคนที่น่ารักเท่าไหร่(ในตอนนั้น)

เรารู้จักกันได้เนื่องจากเพื่อนเเถวบ้าน(บ้านอยู่ใกล้กัน)

เเต่ทำไมเราไม่เคยเจอกันเลย

เค้าเป็นเด็กที่เรียบร้อย(ตรงสเป็ก)

พูดน้อย หน้าตาเด็กเรียน

ตอนนั้นเพื่อนของน้องคนนี้ชื่อเเน็ต

เค้าปลืมเพื่อนเราในกลุ่มนักฟุตบอลทีมเดียวกะเรา

ก้อเลยดึงเพื่อนคนนี้ให้มาเจอกะเรา(พรหมลิขิตรึป่าว)

เอาเป็นว่าเราตอนนั้นไม่ได้คิดอารายกะน้องเค้าเลย

เป็นเเค่คนที่รู้จักกันเฉยๆ

เเล้วเราก้อไปโรงเรียนทุกวันก้อเจอกันทุกวัน

ที่โรงเรียนเจอกันก้อทักตามประสาคนรู้จัก

เเต่เผอิญเราเป็นกลุ่มที่หัวโจกที่สุดในโรงเรียน

ไม่มีใครชอบขี้หน้า(เก๋า เก๋า เข้าฝ่ายปกครองได้ทุกวี่ทุกวัน  ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม)

เเล้วน้องคนนี้เรียนร้อยตามภาษาเด็ก ญ ทั่วๆไป

เเล้วเรากะน้องเค้าเป็นอารายกันเเน่(นั้นอาดิ)

ต่อมาช่วงหลังๆก้อได้เจอกันบ่อยมาก

เจอทั้งที่บ้านเจอทั้งที่โรงเรียน

จึงพัฒนาจากคนที่รู้จักมาเป็นเพื่อนคนนึง

เเละเเล้วจากนั้นเพื่อนเราก้อช่างสังเกตุ(อีกเเล้ว)

ว่าน้องคนนี้ต้องชอบเราเเน่เลย

เราก้อเริ่มสังเกตุตามเพื่อนๆ

เเต่ในตอนนั้นน้องคนนี้ก้อนิสัยดีใช่ได้

หน้าตาก้อไม่ขี้เหร่อาราย

ดูเรียนร้อยดีด้วย

เราก้อเริ่มเปิดใจที่จะยอมรับใครเข้ามาเป็นคนที่พิเศษ

จากนั้นเราก้อเริ่มรู้สึกดีดีในทางกลับกันน้องคนนั้นก้อรู้สึกเหมือนกะเรา

ต่างคนก้อต่างเปิดใจรับในสิ่งที่เราเป็นได้

เเต่ยังไม่ได้คบกันนะเเค่เป็นคนที่พิเศษ

เเล้วคนรู้จัก กลายเป็นเพื่อน แล้วก้อกลายเป็นคนพิเศษ

พัฒนาที่ละขั้น

เเละเเล้วช่วงตัดความสัมพันธ์ก้อมาถึง

น้องเค้าต้องไปอยู่ต่างจังหวัดช่วงปิดเทอม

งานเข้าเรารู้สึกไม่ดีมากที่เราจะไม่ได้เจอกันระยะหนึ่ง

เเต่ไม่เป็นไรเดียวน้องเค้าก้อกลับมา

เราจึงให้สัญญากันว่าจะกลับมาวันไหนจะรอ....

เเล้วก้อไป(เหมือนหนังน้ำเน่าเลย..อิอิ)

เราก้อเฝ้ารอวันที่จะกลับมานับวันเวลารอ

ทุกบาททุกสตางค์โทรศัพท์หาน้องเค้าหมด

เพิ่งเค้าใจอาการ"คิดถึงมาก"

เราก้อนั่งถึงสัญญาที่น้องเค้าให้ไว้...

เเละเเล้ววันนั้นที่รอคอยก้อมาถึง

มันเป็นวันที่เเสนเศร้ามากเลย

น้อยเค้าไม่กลับมา....

วันนั้นมอาการของคนสิ้นหวังทุกอย่าง

ข้าวไม่กินนอนไม่นอน

เค้าว่าเป็นอาการของคนตรอมใจอารายประมาณนั้น

เเล้วความรู้สึกเรากะน้องคนนั้นก้อมาอยู่ในขั้นเพื่อนกันธรรมดา

ห่างจากนันสองอาทิตย์น้องเค้าก้อกลับมา

เค้ามีท่าทางเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน

เค้ามีอาการเบื่อๆเซงๆให้เราได้รับรู้ว่าไม่อยากเห็นหน้าเรา

เราก้อเลยถามว่าเป็นอารายไม่สบายหรือว่าไม่พอใจอารายรึป่าว

เค้าบอกกะเราว่าขอปรับตัวหน่อยนะช่วงนี้ให้เราห่างกันก่อน

......นั้นคือสิ่งที่เรารอคอยเมื่อได้เห็นหน้าน้องเค้า....

อกหักช่ายมั้ยเนี่ย...จากนั้นเราห่างกะน้องเค้าพยายามไม่ให้เจอหน้า

เเละเเล้วเราก้อเริ่มมีอาการที่ดีขึ้นเพราะเรายังมีเพื่อนที่ทำให้เราหายเหงา

จากนั้นน้องเค้าก้อกลับมาเเล้วมาบอกว่า..ขอโทษนะที่ผ่านมาที่ทำให้รู้สึกไม่ดี

ขอให้เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

เเล้วเราก้อเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

ต่อจากนั้นเรากะน้องก้อพัฒนาจนกระทั่งมาเป็นเเฟนกัน

ตอนนั้นเราขึ้นมัธยมสี่  เเล้วเราต้องย้ายโรงเรียน

ซึ่งมันต้องห่างกันอีก...ครั้ง..

เเละเเล้วก้อเป็นไปตามเเผนคนอกหัก

เราทั้งสองเริ่มหากันจนไม่มีความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนหลงเหลืออยู่

เราถูกน้องเค้าบอกเลิกครั้งที่สอง(เจ็บมั้ยหล่ะ..คนเดิมด้วย)

เเต่เราก้อยังมีความรู้สึกที่ดีดีอยู่เเต่ในทางกลับกันเราเองที่เป็นคนที่เดินมาจะกเค้าก่อน

เเละนั้นก้อทำให้เราเศร้าอีกครั้ง

จากนั้นก้อมีคนเข้ามาให้ชีวิตมากมายมีทั้งคนมาชอบทั้งคนมาเกียจ

เยอะเเยะหลายอารมณ์มาก

เเต่เราไม่เคยที่ไม่มีวันไหนที่คิดถงน้องคนนั้นได้เลย

เพราะเรากะน้องเค้าเริ่มเรียนรู้นิสัยพัฒนาทีละขั้น

มีเรื่องราวเเละความทรงจำที่ดีดีเเละไม่ดีให้จดเเละจำ

อาจเป็นพราะว่าเรารักน้องเค้าก้อเป็นได้มั้งที่ทำให้เราลืมไม่ได้สักที

ไม่ว่ามีคนเข้ามาให้ชีวิตมากเเค่ไหนเราก้อยังมีความรู้สึกดีที่ยังเหมือนเดิมกะน้องเค้า

จากนั้นสิ่งที่ดีดีก้อเกิดขึ้นอีกครั้งนึง

น้องคนนั้นโทรมาหาเราเเล้วขอกลับไปเป็นเหมือนเดิม

ในใจเราอยากกลับไปมากเเต่ก้อยังกลัวที่จะเจ็บอีก

เราจะใช้เวลาเเละความไกลห่างเป็นข้อพิสูจน์ความรักของเราทั้งสองคน

เเล้วข้อพิสูจน์เหล่านั้นก้อพังลง

เพราะน้องเค้าเอาชนะคำว่าเวลาเเละระยะทางด้วยการมาหาเรา

เเต่การที่มาหาเรา เราดันไม่อยู่ให้เจอ

ชึ่งไกลมากเเละใช้เวลานั้งรถนานมากกว่าจะมาหาเรา

เเต่เราก้อไม่ได้เจอในใจลึกๆก้อปลื้มใจมากที่น้องเค้าพยายามมาหาเรา

ตั่งเเต่วันนั้นเรากะน้องเค้าได้ตบกันเป็นแฟนโดยที่ยังอยู่ห่างกัน

เเล้วความห่างมันทำให้เรารักกันเเละคิดถึงกันมากขึ้น

เเล้วเกืดมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่ได้เรียนต่อที่นี้

เนื่องจากเรามีปัญหาไม่ดีต่อบุคคลภายในโรงเรียน

เราจึงตัดสินใจออกจากโรงเรียน(มัธยมสี่เทอมสอง)

กลับมาอยู่ที่บ้าน(ไม่รู้เป็นความโชคดีรึป่าวที่เราได้มาอยู่ใกล้ๆบ้านน้องเค้าอีกครั้ง)

เเล้วเราก้อไปเรียนภาษาต่อหนี่งเทอม

เเล้วน้องเค้าก้อเรียนมัธยมสามอยู่

เราก้อไปรับทุกวัน(หวานเชียว..อาจเป็นเพราะโชคชะตาก้อได้)

จากนั้นเราก้อเป็นคู่รักที่หวานเเว๋ว

เราก้อได้เป็นเเฟนกันโดยที่เรามีเเฟนชื่อว่า"เบญ"

จากนั้นเราก้อได้ไปอยู่โรงเรียน

เทคนิคครึ่งพณิช

ส่วนน้องเค้าต่อมัธยมสี่โรงเรียนเดิม

เเล้วโชคชะต้าก้อเล่นตลก

เบญย้ายมาอยู่โรงเรียนเดียวกะเราอีก

เราจึงนั้งเเละเรียนด้วยกันจนเป็นที่น่าอิจฉาต่อเพื่อนร่วมห้อง

เราเรียนด้วยกันจนจบ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

ก้อดันดิตมหาวิทยาลัยเดียวกัน

ติดทั้ง สองที่เหมือนกันrmutbk เเละ rmutto

เเต่เราทั้งสองก้อเลือกที่ rmutto

มีความคิดเห็นว่าเล็กดี(ล้อเล่น)

เราจึงได้มาเป็นเฟรชชี่หน้าใสทั้งคู่

เเล้วก้อต้องมีช่วงรับน้องเเล้วเราก้อไม่ได้เรียนสาขาเดียวกัน

ช่วงนั้นจึงไม่มีเวลาให้กันเลย

เเละเเล้วก้อมีช่วงห่างเข้ามาจึงทำให้อารายเปลี่ยนไปอีกครั้ง

แฟนเราดันมีรุ่นพี่มาชอบ

เเล้วเเฟนเราก้อมีใจ

เราก้อเลยต้องอกหักรอบที่สาม(คนเดิมถึงสามครั้ง)

เจ็บสุดๆๆ

ที่เจ็บไม่ช่ายเรื่องอาราย

เป็นตัวเราที่จับได้เองมากกว่า

ทำไม มีใครไม่ยอมบอกเรา   ถ้าบอกจะไม่โกรธมากมายขนาดนี้

เเล้วคนที่เรารักที่สุดก้อเดินไปจากเรา

เป็นการจากลาที่เสียใจที่สุดในชีวิต(คนเดียวสามรอบอ่า...ซึ้งเลย)

เเล้วเราก้ออยู่ลำพังอีกครั้ง

เเละอารายดีดีก้อผ่านเข้ามาเสมอหลังจากโดนมรสุม

เรามีเพื่อนที่ดีไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่

คอยให้สิ่งดีดีเสมอ"ขอบใจเพื่อนๆทุกคนมากนะ"

เราก้อใช้ชีวิตเเบบคนอกหักทั่วไป

เรียนกินเที่ยวมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น

มองอารายกว้างมากขึ้นเห็นสิ่งดีดีมากขึ้น

เเล้วพอเราเริ่มทำใจได้อารายเดิมๆก้อย้อนมา

เเฟนเรามาขอคืนดีโดยให้เหตุผลว่า..

ไม่มีใครทำให้เบญรุ้สึกดีได้เท่ากิ๊กเลย

ไม่มีเวลาให้เบญเหมือนกิ๊ก

เเล้วตอนนั้นเรากำลังเป็นคนใหม่ที่เข็มเเข็ง

เเต่ก้อสงสารเเต่ในใจเราก้อยังรักเเละยังเจ็บอยู่

เเละในเมื่อเราเเละในเมื่อเค้าไม่มีใคร

ก้อกลับมาคบกันก้อไม่เป็นไร??

เราก้อกลับมาคบกัน

เเละให้สัญญาว่า

"ทุกเรื่องเราจะบอกกันเเละกันทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องดีหรือไม่ดี"

"เราจะไม่โกหกกัน ซื่อสัตย์ต่อกัน ให้เกรียติซึ่งกันเเละกัน"

หลังจากนั้นเราก้อกลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม

ความรักได้สอนคนๆนี้มากมาย

สอนให้เข็มเเข็ง

สอนให้เสี่ยสละ

สอนให้อภัย

สอนให้มีเพื่อนที่เเสนดี

สอนให้รู้จักเองมากขึ้น

เเละที่สำคัญรู้จักความรักมากยิ่งขึ้นด้วย

v

v

v

v

"อ่านเเล้วมาคอมเม้นท์ด้วยนะ"

edit @ 27 Sep 2009 16:44:11 by mamagoma

edit @ 1 Oct 2009 10:51:29 by mamagoma

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ว...ยาวมาก
ข้อไปทำงานก่อนนะ
ว่างๆเดี๋ยวจะมาอ่าน

#1 By ~ PLD ~ ^♥^ on 2009-10-09 00:39

อัพบล๊อกแล้วนะ

#2 By ~ PLD ~ ^♥^ on 2009-10-26 20:56

ในที่สุดก็อ่านจบ วู้ย...
ชิวีตนี้คุ้มค่าจริงๆๆ
ทำไมคนที่เรารักไม่รักเราบ้างนะ

#3 By PLD (58.8.105.222) on 2009-10-26 23:00

อัพบ้างก็ได้นะ
หุหุ

#4 By ~ PLD ~ ^♥^ on 2009-11-05 15:47